[ ขอต้อนรับทุกท่านสู่เกาะสีชังที่ มาลีบูล ฮัท (กรุ๊ป) บรรยากาศประทับใจ พักแรมที่ริมทะเลแหล่งตกปลา สงบสะดวก ปลอดภัย แบบกันเอง ราคามิตรภาพ]
  ATTRACTIONS  

พระจุฑาธุชราชฐาน


บรรยากาศภายในพระราชฐาน

เรือนไม้ริมทะเล

บ่ออัษฏางค์

     ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง ตรงบริเวณแหลมวัง มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างเหมาะเจาะงดงาม ท่านกลางหมู่ต้นลั่นทมที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมเย็น สร้างขึ้นในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแปรพระราชฐานประทับอยู่ ณ เกาะสีชัง และได้รับพระราชทานนามตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ซึ่งสถาปัตยกรรมภายในพระราชฐานที่ยังปรากฎอยู่ในปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว

ตึกผ่องศรี
     เป็นตึกชั้นเดียวรูปทรงกลมทาสีขาว ตัวอาคารและส่วนฐานก่ออิฐถือปูน มีบันไดขึ้น 3 ทาง มีเฉลียงโดยรอบ พร้อมลูกกรงไม้ มีประตูทั้งหมด 9 ประตู ภายในเป็นโถงรูปกลม เพดานไม้ทำช่องระบายอากาศกึ่งกลางเป็นรูปกลีบดอกไม้ มีการวางแนวไม้เป็นวงแหวนโดยรอบอย่างสวยงาม ลักษณะของหลังคาเป็นทรงกลมยกเป็นรูปโดม

 

 

ตึกวัฒนา
     เป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน หิน ปูน กระเบื้อง พื้นบันไดในอาคารประตู หน้าต่าง เพดาน และโครงสร้างของหลังคา ทำด้วยไม้สัก หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องเกล็ดเต่า มีเฉลียงด้านหน้า ชั้นล่างเพดานมีเสา 4 ต้น ชั้นบนเป็นเสาไม้ธรรมดา ประตูทางเข้าชั้นล่างมี 3 ประตู ตัวอาคารทาสีเหลืองหม่น รูปแบบของอาคารได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น

 

ตึกอภิรมย์
     เป็นอาคารชั้นเดียว ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว มีลานลายสวนคั่นกลาง ตัวตึกหันหน้าออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดเต่า อาคาร 2 หลังขนานกัน มีลานซีเมนต์เชื่อมกลาง ก่ออิฐถือปูนปิด ใต้ถุนมีเสาใหญ่เรียงกันด้านหน้า 8 ต้น รับแนวเฉลียงพร้อมลูกกรงกันตก

 

 

 

พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
     เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการประกาศสร้าง เนื่องในการสมโภชน์เดือน พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก โดยได้วางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2435 เวลา 07.56 น. อย่างไรก็ตาม พระที่นั่งองค์นี้ยังไม่ทันสร้างเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ร.ศ.112 ขึ้นเสียก่อน ต่อมาภายหลังมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้ มาสร้างในสวนดุสิตในกรุงเทพมหานคร และพระราชทานนามใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ

 

วัดอัษฎางคนิมิตร
     เป็นพระอุโบสถรูปกลมหลังคาแบน มีเจดีย์ซ้อนอยู่ข้างบน ก่ออิฐถือปูน ภายในพระอุโบสถเป็นโถงรูปกลม เพดานโค้งตามรูปเจดีย์ มีประตูทางเข้า 2 ประตู 1 หน้าต่าง ซึ่งสร้างเป็นรูปโค้งยอดแหลม ศิลปะแบบโกธิค พร้อมช่องแสงโค้งติดกระจก หน้าต่างและประตูเป็นบานไม้สัก ทรงพระราชทานนามเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ร.ศ.111 เวลา 17.00 น. เศษ

 

 

 

สะพานอัษฏางค์
     เป็นสะพานทอดลงไปในทะเล บริเวณแหลมวังทอดลงไปด้านหน้าเขตพระราชฐาน เป็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่ สร้างด้วยไม้สักทาสี เสาก่อด้วยหินโบกปูนซีเมนต์ ตัวสะพานมีความยาว 3 เส้น 1 วา 2 ศอก กว้าง 2 วา มีศาลาที่พักทรงไทย 3 แห่ง คือที่ต้น กลาง และปลายสะพาน หน้าบันจำหลักโดยช่างชาวจีนฝีมือประณีต และงดงาม ทรงเปิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ร.ศ.110 เวลา 17.09 น.

ศาลรัชกาลที่ 5      จัดสร้างโดยกรมศิลปากรณ์นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล ตั้งอยู่พระราชวังเดิมเกาะสีชัง

 

 

 

 

ถ้ำเสาวภา
8 สิงหาคม ร.ศ.11 สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงจารึกหน้าถ้ำว่า “ ถ้ำเสาวภา” พร้อมกับวันเดือน ปี ร.ศ. ที่พบ รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานนามเพื่อเป็นอนุสรณ์

 

ยุวมัคคุเทศก์ พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน
     ยุวมัคคุเทศก์ โรงเรียนเกาะสีชัง นำเที่ยวชมพระราชเดิม โดยท่านจะได้ข้อมูล และคำอธิบายได้อย่างถูกต้อง เป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับเยาวชนในท้องถิ่น และปลูกผังให้มีจิตสำนึกรักในบ้านเกิด ค่าตอบแทนตามท่านจะเห็นสมควร

 

 

 

 


 

     
มาลี บลู ฮัท (กรุ๊ป)
    239 หมู่ 6 ตำบล ท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 20120
    โทร 081-654-2211, 085-092-9424

    Email : maleeblue@maleeblue.com